หนึ่งหน้า...น่าอ่าน...ความรู้สึกทรงพลัง: Energetic

ชื่อ: กระฉับกระเฉง นามสกุล: กำลังวังชา ชื่อเล่น: กระปรี้กระเปร่า มิตรสหายและเครือญาติ: มีกำลัง ขมักเขม้น ฮึก


Name: Energetic Surname: Zestful Nickname: Animated Affiliate with: Sparkling, Robust, Vibrant, Vigorous


จะเห็นได้ว่าความรู้สึกทรงพลัง จะเริ่มจัดปาร์ตี้ เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนชัดเจนขึ้นนะคะ จากที่ไล่มาแล้ว 13 วัน จะมีกลุ่มคำที่คล้ายกันมาแล้วอย่างน้อย 4 คำได้แก่คำว่า Active, Dynamic, Earnest Energetic คำในกลุ่มพวกนี้ก็ความกระตือรือร้น คึกคัก กระชุ่มกระชวย กุลีกุจอ


คนส่วนใหญ่ที่เลือกมาติดตามความรู้สึกทรงพลัง (ในทางที่ดี) บางความรู้สึกก็ง่ายต่อการนำเข้ามา เช่น แค่อยากเป็นคนรู้สึกกระปรี้กระเปร่าก็สามารถ ลุกขึ้น สูดลมหายใจลึกๆ ดื่มน้ำ ยิ้มให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง ก็ทำได้แล้ว แต่หลายๆ คนก็คงเคยเจอว่าในบางความรู้สึก มันไม่ได้มาง่ายๆ แบบนั้น ทราบไหมคะว่ามันเกิดจากอะไร


หนึ่งเกิดจากเราไม่ได้รู้เท่าทัน ว่าที่ผ่านมาเรารู้สึกอะไร เราไม่เคย สังเกตุ ไม่เคยตั้งคำถามว่า เราคือใคร เกิดมาเพื่ออะไร ทำอะไรอยู่ และมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร และในแต่ละวันเรารู้สึกอย่างไร อยู่แบบไม่คิดอะไร ทำมาหากิน อยู่ให้รอด ไปวันๆ เหมือนนก กา ไก่ อะไรประมาณนั้น


สองบางครั้งเรารู้แล้วหล่ะว่าเรารู้สึกอย่างไร แต่เราไม่ตัดสินใจว่าเราจะเลือกไปฝั่งไหน เราเล่นตามบท และปัจจัยที่มาจากภายนอกทั้งหมด เช่น ได้ดู ได้ยิน ได้ฟัง ได้อ่าน ได้ตาม ได้อยู่กับใครก็เป็นไปตามนั้น และก็คิดว่ามันเป็นธรรมชาติที่วันๆ หนึ่งคนเราจะรู้สึกได้ร้อยแปดพันประการ เป็นแค่การรับรู้ แต่ไม่ได้คิดว่าอะไรรู้สึกดี และอะไรแย่ แต่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ และเรามีความสุขจะอยู่กับการขึ้นๆ ลงๆ แบบนั้น จุดอ่อนของข้อนี้คือ เรามักจะถูกกระแสหลักพัดพาลง พัดพาไปสู่ความไม่เจริญก้าวหน้า ฉะนั้นต้องใช้ความพยายาม และต้องรู้เท่าทันให้เพียงพอ ถ้าจะคิดว่าจะอยู่ในสภาวะนี้ได้อย่างสงบ


สามต่อเนื่องจากข้อสอง เรารู้แล้วหล่ะ ว่าเราอยากจะรู้สึกอย่างไร เรารู้สึกได้ว่าเราชอบ และอยากจะเลือกที่จะรู้สึกดีๆ แต่ขอเลือกแบบเงียบๆ รอดูลู่ทาง ดูฟ้า ดูฝนก่อน ดังนั้น แม้ดูเหมือนจะเลือกแล้วว่าขอไปอยู่ฝั่งรู้สึกดีๆ และมีความรู้สึกทรงพลัง แต่ไม่ทำอะไร เหมือนมองเห็นฟ้าสวย น้ำใส อากาศสดชื่น แต่เห็นจากห้องกระจก หรือเห็นผ่านจอ แต่ไม่ออกไป ทำให้แม้จะมองโลกในแง่ดี เห็นดีเห็นงาม แต่ก็ยังปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เดิมๆ กลางๆ เป็นการรู้ตัวแบบในใจ แต่ยังไม่ลงมือปฏิบัติ ตัวนี้เหมือน สบายใจเลยที่เคยอยู่ในสภาวะนี้มากว่า 5 ปี ดูเหมือนจะดี แต่ไม่พอค่ะ


สี่เป็นคนที่อยู่ในข้อสามมาสักระยะ และรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะได้ออกไปสัมผัสกับฟ้าสวย น้ำใน และอากาศสดชื่น เพิ่มเติมพลังให้กับตัวเอง แต่ในการที่จะออกไปถึงข้อสี่นั้น ไม่ใช่จะออกไปได้เลยทันที เพราะเราติดอยู่กับข้อ 2 และ 3 มานาน การออกไปจะมีปัจจัยความพร้อมหลายอย่าง เริ่มต้นเลยเราจะลังเล ว่าอยู่ข้อสามก็ดีอยู่แล้ว อะไรก็อยู่ที่ใจแหละน่า เราจะหาทาง หาเหตุผลมาสนับสนุนตัวเองว่าอยู่ในห้องแอร์ ติดกระจกมันดีกว่าออกไปสูดอากาศสดชื่นในการเดินป่า และเราก็อาจบอกว่าน่ากลัว ไม่มีเพื่อนไป ทำไมต้องไป อยู่ตรงนี้ดีแล้ว ถ้าจะมองอีกมุมคือการอยู่ในสภาวะที่สบาย Comfort Zone การออกไปข้างนอกมันจะมีความไม่แน่นอน


เช่นเดียวกับความรู้สึก การที่เราอยู่ในข้อสามคืออาจจะเริ่มจากการอ่านบทความ การฟังพอตคาสต์ การติดตามเรื่องบางเรื่อง คนบางคน ที่เราเป็นผู้นำทางความคิดในเรื่องนั้นๆ ถือว่าเป็นการซ้อมใจไว้ก่อนได้ แต่ในปีใหม่ที่จะถึงนี้ เราอยากจะชวนทุกคนมาสู่ข้อที่ 4 คือออกไปพูด ออกไปติดต่อสื่อสารกับคนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กัน เพื่อที่จะได้เสริมพลังให้กับตัวเอง ให้กันและกัน และให้กับครอบครัว และสังคมที่ต้องการพลังดีๆ จากคนที่คิดดีแบบเราๆ แน่นอนว่า ก่อนออกไปก็จะต้องซ้อม


ดังนั้นสบายใจเลยก็ชวนซ้อมแล้วนะคะ 30 วันความรู้สึกทรงพลัง ก่อนออกไปก็อยากมีเพื่อน สบายใจเลยก็อาสาเป็นเพื่อนแล้วนะคะ ก่อนออกไปก็อยากมั่นใจว่าจะไปเริ่มตรงไหน สบายใจเลยก็เสนอที่นั่ง ที่พัก ที่คุยแล้วนะคะ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ และ อาจจะถามว่าออกไปแล้วจะได้อะไรสำหรับตัวเอง ก็บอกได้เลยว่า จะได้รู้สึกดีมากขึ้น จะได้พลังจากเพื่อนๆ อีกมาก และเมื่อเรามีพลังเหลือเฟือ เราจะได้ฝากอะไรไว้กับโลกใบนี้เยอะแยะมากมาย เชิญชวนทุกคนออกมา จับเข่าคุยกัน มาจับจิตจับใจ ไปกับสบายใจเลยกันนะคะ

0 views0 comments