หนึ่งหน้า...น่าอ่าน...ความรู้สึกทรงพลัง: Productive


ชื่อ: ได้งานได้การ นามสกุล: อุดมสมบูรณ์ ชื่อเล่น: งอกงาม มิตรสหายและเครือญาติ: กำเนิด เกิดผล ก่อประโยชน์


Name: Productive Surname: Beneficial Nickname: Constructive Affiliate with: Gratifying, Fruitful, Rich


คำว่าผลผลิตที่เกิดขี้น เป็นคำที่ฟังแล้ว รู้สึกอิ่มเอมใจกันไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ มันได้เกิดขึ้นแล้ว การเป็นผลงาน เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการลงทุนลงไป ไม่ว่าจะเป็นแรงกาย แรงใจ เดี่ยวหรือหมู่ เป็นคำแห่งการเฉลิมฉลอง ชื่นชมยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น


เราต้องพยายามแยกคำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับความคาดหวังให้ออกจากกันนะคะ ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนที่เกี่ยวกับเรื่องของการมองโลกในแง่ดี เพราะสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วคือความเป็นจริง ส่วนว่าเราจะรู้สึกอย่างไรนั้น ในคำๆ ขั้นแรกเลยเราจะต้องเรียนรู้ที่จะรู้สึกว่า ขอบคุณที่บางสิ่งบางอย่าง ได้เกิดขึ้นแล้ว ทีนี้สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของคำว่าการได้งานได้การ คือการเข้าใจในหลักการเกิดงานก่อนในเรื่องหมวดหมู่ความรู้สึกทรงพลัง ได้มีหลายคำที่เหมือนตัวกำเนิดไฟ เช่น คำว่าแรงบันดาลใจ หลายคำที่เหมือนการเติมเชื้อไฟไปเรื่อยๆ เช่น คำว่าแรงผลักดัน และหายคำที่ส่งเสริมให้เรามีใจจอจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำถ้าเราเอาความรู้สึกนี้มาต่อกันให้เป็นขบวน รับรองว่าคำว่า เป็นงานเป็นการ หรือการได้การได้งาน นั้นตามมาแน่นอน


เราจะรู้สึกได้เลยว่าเป็นผลที่เราได้ลงไปเหมือนกับการปลูกพืช (เปรียบเสมือนเราได้ตัดสินใจก่อ ร่างสร้างโครงการหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้น) เรารู้ว่าเราได้หาเมล็ดพันธุ์ เราได้ให้น้ำ ให้ปุ๋ย ขั้นต้นเลยเราจะได้ความรู้สึกที่ดีว่าได้ทำแล้วนะ ขั้นกลางตอนที่พืชเริ่มเจริญเติบโต (เปรียบเสมือนผลงานที่เริ่มมีคนเริ่มรู้จัก) เราก็จะรู้สึกว่ามันมีพัฒนาการ มีความก้าวหน้า มีความเปลี่ยนแปลง และในขั้นปลายที่พืชเริ่มให้เป็นผลผลิต เช่น อาจเป็น ดอก เป็นผล หรือเป็นร่มเงา (เปรียบเสมือนผลงานที่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกับคนหรือหน่วยงานหรือสังคมแล้ว) ขั้นนี้เป็นความรู้สึกเต็มๆ ที่เป็นขั้นเต็มพลังของการเป็นคนที่ Productive ได้เรื่องได้ราว และ Gratifying คือพอใจ และภูมิใจ อย่างแท้จริง


มีคำถามว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เราจะรู้สึกได้การได้งานไหม? ในหลักของการเกิดงาน เริ่มจากการตัดสินใจเพื่อที่จะลงมือกระทำอะไรบางอย่าง การถามเช่นนี้ก็เหมือนกับว่า ถ้าเราไม่ตัดสินใจ จะดีกว่าไหม มันจะไม่ต้องมีความเสี่ยงในการที่จะถูกคนว่า เกิดความผิดพลาด เกิดความผิดหวังขึ้น คำตอบก็คือว่า “การไม่ตัดสินใจ” ก็คือการตัดสินใจอย่างหนึ่งที่จะไม่ตัดสินใจ


ดังนั้นคำตอบของการที่ว่าเราจะรู้สึกได้งานได้งานไหม? ก็คือคำตอบเดียวกัน นั่นคือ เมื่อเราเลือกที่จะไม่ตัดสินใจ ไม่ลงมือ ผลที่เกิดขึ้นก็คือผลจากการไม่ตัดสินใจ และการไม่ทำอะไร ก็จะรู้สึกว่าได้งานได้การเหมือนกัน แต่ผลงานนั้นจะเป็นไปตามที่เราแอบหวังใจไว้นั้น มิอาจทราบได้แต่พอคาดเดาได้แน่นอนว่า ผลงานนั้นคงจะเป็นอะไรที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง และไม่ดีแน่นอน เพราะก็น่าจะเป็นส่วนเกิน หรือเศษ หรือบางสิ่งบางอย่างที่คนอื่น หยิบยื่นมาให้ หรือโยนมาให้เพราะเราไม่ตัดสินใจนั่นเองและเมื่อถึงเวลานั้นก็อย่าได้ไปโทษคนอื่นเขาน้า


เรามาตั้งตั้งใจ ตัดสินใจ ลงมือทำและรับความรู้สึกของการเป็นงานเป็นงานให้ครบทุกลำดับขั้นดีกว่า

0 views0 comments