หนึ่งหน้า...น่าอ่าน...ความรู้สึกทรงพลัง: Reliable

ชื่อ: เชื่อถือได้ นามสกุล: วางใจ ชื่อเล่น: เชื่อใจ มิตรสหายและเครือญาติ: ไว้ใจ พึ่งพาอาศัยได้


Name: Reliable Surname: Authentic Nickname: Trust worthy Affiliate with: Decent, Honest, Dependable


คำนี้จะนึกภาพได้ดีที่สุดเมื่อเราเอาตัวเองไปผูกกับใครบางคน การมีเพื่อนบ้านที่ดี เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่กระทั่งช่างตัดผม ช่างซ่อมรถ ฯลฯ ที่เราเชื่อมั่น เชื่อใจ และเชื่อถือได้ เชื่อแน่ว่าทุกคนก็คงมีความใฝ่ฝัน มีความต้องการที่จะรู้สึกมักคุ้น ใกล้ชิดสนิทสนมกับคนที่มีคุณลักษณะเช่นนั้น เพราะเป็นความรู้สึกที่อบอุ่นใจ และเราสามารถพึ่งพาอาศัยได้ คำที่ใกล้เคียงกันกับกลุ่มคำนี้คือคำว่า Trust ความเชื่อมั่นและความศรัทธานั่นเอง


แล้วจะทำอย่างไรให้เกิดกลุ่มความรู้สึกนี้ให้บ่อยๆ และให้เป็นนิสัย และเป็นอะไรที่ไม่ต้องฝืน ในตอนนี้จะได้ขอนำส่วนหนึ่งมาเป็นยกตัวอย่าง จากหนังสือที่ชื่อว่า Essentialism (Greg, Mckeown, 2014) ซึ่งได้พูดถึงคนที่ยึดมั่นในสาระสำคัญ (Essentialist) เปรียบเทียบกับคนที่ไม่ยึดในสาระสำคัญ คืออะไรก็เห็นดีไปหมด (Non-Essentialist) โดยตัวอย่างแรกที่ขอนำมาใช้เลยคือคำว่า Clarity หรือความชัดเจนในตัวตนของคน ประเด็นนี้สำคัญมากที่จะทำให้คนเป็นคนที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่


โดยธรรมชาติแล้วคนเราเกิดมาเพื่อที่จะเป็นคนที่ดี คนที่ถูกต้อง คนที่ได้รับการยอมรับ และเป็นคนที่ไม่ผิดคำมั่นสัญญากับใคร (แม้กระทั่งกับตัวเอง) และเราก็จะพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะรักษาจุดนั้นๆ ไว้ แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนไป เรามีการติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น มีลักษณะการเปลี่ยนไปของโครงสร้างครอบครัว โรงเรียน และการทำงาน ทำให้เราไม่ได้แค่อยู่กับตัวเองและครอบครัวเท่านั้ เราเริ่มต้องไปรับปาก และให้คำสัญญากับหลายๆ ฝ่ายมากขึ้น และนั่นแหละคือจุดจบของคำว่า เชื่อถือได้

ทั้งนี้เพราะคนเราทำได้เท่าที่ทำได้เท่านั้น เมื่อเราพยายามจะทำทุกๆ สิ่งเพื่อให้คนอื่น ได้เห็นว่าเราทำได้ และเราเป็นคนดี และเราเป็นคนที่ไว้ใจได้ ตอนนั้นก็จะเริ่มขาดความเชื่อใจในตัวเอง บางคนรับปากแล้วทำไม่ได้หรือตัดสินใจไม่ทำ แล้วมาขอโทษ มาแก้ตัวทีหลังจนเคยชิน จนไม่ได้รู้สึกอะไร


แทนที่จะไปติดกับดักกับความรู้สึกเช่นนั้น เรามาชัดเจนกับตัวเองดีกว่า เรารู้สึกว่าเราทำอะไรได้ดี และมีคุณค่าที่สุดในด้านไหน แยกแยะ ตัดออก และเลือกมาเพียงไม่กี่สิ่งที่เราทำได้ดี และจะมีประโยชน์ต่อตัวเรา และคนที่จะได้รับผลดีจากตัวเราเท่านั้น แต่นั้นแหละเราก็จะเริ่มต้นที่จะมี ความมั่นใจ ความซื่อสัตย์กับตัวเอง เกิดความไว้วางใจกับตัวเอง และต่อมาคนที่จะได้รับผลโดยตรงคือคนที่ได้มาร่วมงานด้วย รู้จักกับเรา แล้วเขาจะไปต่อกันเองนั่นแหละว่าเรานั้นเป็นอย่างไรในเรื่องของความเชื่อใจ

0 views0 comments