หนึ่งหน้า...น่าอ่าน...รักแบบมีเงื่อนไขของคนแต่ละรุ่น (Conditional love)

มาคุยเรื่องรักอย่างมีเงื่อนไขกันต่อนะคะ ว่าด้วยเงื่อนไขของคนต่างวัยที่เห็นเงื่อนไขของรักต่างกัน ถ้าจะหยิบเอาเรื่ององค์ประกอบของความรักตามธรรมเนียม เช่น การแต่งงาน และการมีครอบครัว มาเป็นตัวอย่างสักหนึ่งหัวข้อ จากการสังเกตุของสบายใจเลย ในฐานะรุ่น เจ็น X จะเห็นว่า แต่ละเจ็นมีความเห็นต่างกันแน่นอน เรามาทำความรู้จักกับรุ่นต่างๆ ที่ได้มีการศึกษาและจัดกลุ่มไว้ เป็นข้อมูลสำหรับปี 2565 นะคะ

กลุ่ม 1 ยุคก่อนสงครามโลก (Greatest Gen) เกิดช่วงปี ค.ศ. 1901-1924, พ.ศ. 2444-2467 (อายุมากกว่า 98 ปี) กลุ่มนี้จะยังเหลือมาพูดคุยกับเราไหมหนา?

กลุ่ม 2 ยุคระหว่างสงครามโลก (Silent Gen) เกิดช่วงปี ค.ศ. 1925-1945, พ.ศ. 2468-2488 (อายุ 77-97 ปี) กลุ่มนี้ในกลุ่มที่ดูแลตัวเองดี หลายคนยังอ่าน/เขียนหนังสือ เดินทางท่องเที่ยว/ขับรถได้ และที่สำคัญ มีความรู้ และความเห็นที่น่าสนใจทีเดียว

กลุ่ม 3 ยุคสิ้นสุดสงครามโลก (Baby Boomer) เกิดช่วง ค.ศ. 1946-1960, พ.ศ. 2489-2503 (อายุ 62-76 ปี) กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เต็มที่กับชีวิตการศึกษา การทำงาน และพึ่งจะได้พักจากงานประจำ ส่วนใหญ่ยังแข็งแรงกระฉับกระเฉง และสามารถให้แนวคิดกับคนรุ่นใหม่ๆ ได้เยอะ

กลุ่ม 4 ยุคที่มีการควบคุมอัตราการเกิด (Gen X, Baby Bust หรือ Xennials) เกิดช่วงค.ศ. 1960-1980, พ.ศ. 2503-2523 (อายุ 43-62 ปี) วัยนื้ถือว่าเป็นหัวเรี่ยว หัวแรงสำคัญของชาติอยู่ เป็นวัยทำงานช่วงปลายๆ แล้ว ใครที่ปรับตัวช้าก็จะค่อนไปทางคนรอวันเกษียณ แต่คนที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงก็จะคึกคัด จี๊ดจ๊าดใช่เบา

กลุ่ม 5 ยุคการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Gen Y-millennial หรือ Gen Next) เกิดช่วง ค.ศ.1981-1994, พ.ศ. 2524-2537 (อายุ 25-42 ปี) รุ่นนี้เหมือนรุ่นที่อาจยงสับสนกับตัวเองว่าจะไปทางไหน

กลุ่ม 6 ยุคเติบโตมาพร้อมเทคโนโลยี (iGen หรือ Gen Z)เกิดหลังจาก ค.ศ.1995-2012, พ.ศ. 2538-2555 (อายุ 9-27 ปี) วัยนี้ถือเป็นวัยประถมปลาย ไปถึงปลายมหาวิทยาลัย (สำหรับคนที่เลือกจะเรียนต่อมหาวิทาลัยในระดับปริญญาโท ซึ่งมีมิใช่น้อย) เป็นวัยที่ยังค้นหาตัวเองอยู่

กลุ่ม 7 ยุคการแชร์เทคโนโลยีและยุคปัญญาประดิษฐ์ (Social networking and Artificial Intelligence) (Gen Z-Alpha) เกิดหลังจาก ค.ศ. 2013, พ.ศ. 2556 (อายุน้อยกว่า 9 ปี) เป็นวัยที่ทุกคนกำลังจับตามอง ว่าเขาจะเป็นคนหรือเป็นหุ่นยนต์ (ฮา) แต่ก็ไม่แน่ เมื่อเราไปถึงยุคเทคโนโลยีสูงสุด เราอาจต้องกลับคืนสามัญเพื่อความสมดุลย์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์และสิ่งแวดล้อม

แน่นอนว่ารุ่นเบบี้บูมเมอร์ดังที่ชื่อบอก คือเป็นรุ่นที่โลกเริ่มกลับสู่ภาวะปกติจากสงครามโลก ที่มีการสูญเสียไปมากมายทั้งชีวิต และทรัพย์สิน ทำให้เรื่องการฟื้นฟูเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติในอัตราที่เรียกว่าเต็มกำลัง Baby Boomer คือช่วงที่การแต่งงาน มีครอบครัวเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและก็ส่งเสริมกันทั้งในทุกระดับ แต่หลังจากนั้นมาก็มีการรณรงค์ให้มีลูกน้อยลง อย่างเป็นทางการจากภาครัฐในเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 และเริ่มเป็นทางการมากขึ้นในปี พ.ศ. 2513 เพราะเกิดปัญหาด้านความอดอยาก การขาดแคลนทรัพยากร ฯลฯ ซึ่งเป็นช่วงการเกิดของเจน X พอดี ซึ่งหลายๆ คนคงที่เกิดในรุ่นนี้คงจะได้ยินเพลงนี้ติดหูกัน “ลูกมากจะยากจน เลี้ยงดูแต่ละคนเหนื่อยอ่อนใจ กว่าลูกน้อยจะเติบใหญ่ หาได้เท่าไหร่ ก็ใช้ไม่พอ”

ตั้งต้นไว้เท่านี้นะคะ เดี๋ยวจะยาวเกินหนึ่งหน้า....แต่ก็น่าจะพอคิดต่อกันได้นะคะว่า นี่ขนาดแค่สองเจ็น ก็มีความแตกต่างและมีเงื่อนไขขนาดนี้แล้ว เป็นเรื่องที่เราต้องตั้งตัว และตั้งสติให้ได้ เมื่อนำปัจจัยเรื่องเวลามาคูณกับปัจจัยด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร มันก่อให้เกิดปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง (Disruption) ดังนั้นมุมมองเรื่องการเต่งงานและมีครอบครัวจึงเกิดการเปรียบเทียบได้เสมอว่า “สมัยฉัน-สมัยเธอ” ตอนต่อไปเรามาพูดถึงเรื่องเดิมกับอีกสองเจ็น “เจ็น Y กับเจ็บ Z”มาดูซิว่าเขาคิดอย่างไร


2 views0 comments