การรับรู้ว่าสิ่งเร้าคืออะไร (Knowing your emotional triggers)

ากตอนที่ เมื่อเราเริ่มเข้าใจแล้วว่าอารมณ์หรือความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร อยู่นานไหม แล้วเรารู้สึกชอบ ไม่ชอบหรือตอบสนอง อย่างไรแล้ว มีผลดีหรือผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไร เมื่อได้รับรู้แล้ว เราก็สามารถวางแผนเพื่อที่จะรับมือได้ ก่อนที่จะมีการวางแผนเราต้องหาต้นทางหรือสาเหตุของอารมณ์นั้นๆ ก่อน บางครั้งเราก็เรียกว่า สิ่งเร้า หรือสิ่งกระตุ้น (Triggers) นั้นมาจากอะไร ซึ่งก็แบ่งออกเป็นสิ่งกระตุ้นจาก ภายนอก เ่ช่น อ่านบทความ ดูข่าว ติดตามโซเซียล หรือมีคนใกลตัวในครอบครัว เพื่อน หรือจากที่โรงเรียน มาว่าพูด มาบอกโดยตรง หรือบางครั้งเป็นเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศหรือในโลก เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ การประท้วง โรคระบาด บางครั้งก็เป็นได้ว่าแม้จะไม่รู้ที่มาแค่ได้ยิน ได้ฟังผ่านๆ คล้ายๆ คำนินทา หรือข่าวลอยๆ ก็มีผลต่ออารมณ์ของเรามาก

ในตอนนี้อยากให้ตั้งข้อสังเกตุเพิ่มเติม ว่าสิ่งกระตุ้นไม่ได้มาจากภายนอกอย่างเดียว แต่ที่เกิดจากตัวเราเองก็มีมากเช่นกัน วิธีการก็ไม่ยาก ให้สังเกตุวงจรชีวิตเราให้ดีว่าตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับไปเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้เราเลือกที่จะใช้กับตัวเราเอง แต่ก็สร้างให้เกิดอารมณ์ได้ ตัวอย่าง เช่น

ถูกปลุกด้วยอะไร (นาฬิกาในตัว หรือไก่ หรือเพื่อนบ้าน หรือคนใกล้ตัว)

แปลงฟัน อาบน้ำ ใช้สินค้าแบบไหน (หรือไม่ทำสิ่งเหล่านี้)

กินหรือดื่มอะไรเป็นอาหารเช้า เที่ยง เย็น (หรือไม่กินเลยก็ไมีผล)

หาความบันเทิงด้วยวิธีไหน ฟังเพลง ฟังข่าว หรือ ดูหนัง ประเภทไหน

โซเซียลแบบไหนที่เปิดผ่านๆ หรือตั้งใจดู

เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ น้ำหอม แบบไหนที่เลือกใช้

เดินทางไปไหนด้วยอะไร รถจักยาน เมอร์เตอรไซด์ รถยนต์ รถโดยสาร

เลือกที่จะคุยกับเพื่อนที่โรงเรียน หรือเพื่อนร่วมงานอย่างไร

เลือกที่จะออกกำลังกายไหม

เลือกที่จะทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง กับกลุ่มคนกลุ่มไหน

เลือกที่จะนอนเร็ว นอนดึกอย่างไร

เลือกที่จะเติมเต็มตัวเองด้วยอะไร การอ่าน การฟังหรือการไปเรียนรู้กับสภาพแวดล้อมนั้นๆ

เลือกที่จะตัดอะไรออกจากชีวิตประจำวัน เช่น หลีกเลี่ยงการพูดกับบางคน หรือการอ่านบางอย่าง

เอาหล่ะ เมื่อมาถึงตอนนี้แล้ว เราน่าจะมีความพร้อมระดับหนึ่งแล้ว จะเห็นได้ว่าในกิจวัตรประจำวันเราเป็นคนเลือกเองได้ส่วนใหญ่ และโดยเฉพาะอย่างถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว หรือกลุ่มคนที่ทำงานอิสระ หรือคนที่ยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับใคร น่าจะสามารถชี้ชัดได้ง่าย แต่สำหรับคนที่มีครอบครัว มีโรงเรียน หรือมีที่ทำงานก็จะมีปัจจับที่เกี่ยวข้องมาอีกหลายอย่าง แต่ถ้าเราตั้งใจที่จะเรียนรู้อารมณ์ตัวเองแล้วก็ไม่ยากเกินไป เพราะรู้อะไรไม่เท่ากันรู้เท่าทันตัวเองนะคะ


14 views0 comments