หนังสือสร้างนิสัย Essentialism: Chapter 1 the Essentialist
- eatloeithailand
- Jan 11, 2024
- 1 min read
Updated: Feb 4, 2024
ท่านอื่นๆ ในวงการแปลหนังสือ ได้ให้ชื่อหนังสือ Essentialism นี้ว่า -คนที่ยึดมั่นในสิ่งสำคัญ- แต่อ.มานีขอเล่นคำในแบบของรายการจับจิต จับใจไปกับสบายใจเลย สักหน่อย คือ จะขอเรียกคนกลุ่มนี้ว่า เป็นคนที่ -จงใจไม่ใช่จำใจ-
เป็นความบังเอิญที่พอดีมากเลยว่า ได้วนกลับมาเขียนถึงเรื่องนี้ ในเตือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนมีการตั้งเป้าหมายประจำปี จริงๆ แล้ว หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของปฏิภาณปีใหม่ แต่เนื้อหาจะมีประโยชน์มากที่จะนำไปประกอบการตัดสินใจเรื่องแนวทางการดำเนินชีวิตที่จะเริ่มใหม่ในปีนี้
การเป็นคนเช่นนี้ต้องเป็นคนที่มีวินัย มีระบบ และมีความมุ่งมั่น ที่จะทำในสิ่งที่คิดว่าใช่อย่างเต็มที่
คนจงใจต้องสามารถแยกแยะออกให้ได้ว่า อะไรที่สำคัญๆ แยกออกมาจากความมากและหลากหลาย ข้อดีคือ เมื่อเราสามารถเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกแล้ว จะทำให้เราสามารถทำงาน ใช้เวลาและพลังงานไปกับสิ่งที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น ทางโล่ง สะดวกขึ้น อยากให้แนวคิดมาช่วยเป็นตัวกระตุ้นให้เราได้คิดว่า
ปีใหม่นี้เราจะมีการใช้ชีวิตของเรายังไง วิธีและแนวทางมีหลายด้าน เช่น
เราเลือกเองไม่ใช่เขามาเลือกเราเลือกอะไรที่เรียกว่าความสำเร็จของเรา เลือกสิ่งที่คุณค่าและความหมายต่อชีวิต เลือกเพราะเรามีความสุขและมีความสนุกในระหว่างทางเดินที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการปฏิเสธแต่มันเกี่ยวกับเรื่องของการหยุด ทบทวน แล้วก็ถามคำถามตัวเองว่าเราได้ลงทุนในเรื่องของเวลา ในเรื่องของพลังงานได้ถูกต้อง เหมาะสมแล้วหรือยังบุคลิก ลักษณะนิสัยของคนที่จงใจ หรือคนที่ยึดมั่นในสิ่งสำคัญจะมีหลักจำประจำใจว่า
It’s not about how to get more things done; it’s about how to get the right things done -ไม่ทำไปทุกเรื่อง แต่ เลือกทำที่จำเป็นให้สำเร็จ ตรงนี้จึงก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องทำอะไรน้อยลง หรือปฏิเสธไปหมด แต่เป็นการสร้างเงือนไขให้กับตัวเองว่า เราจะเลือกทำอย่างไรที่เป็นสิ่งที่ถูกต้องสำหรับชีวิต It’s about living by design not by default คือ มีชีวิตอยู่ด้วยการออกแบบชีวิตเอง ไม่ใช่ อยู่ไปกับสิ่งถูกจัดมาให้ หลักการนี้ฟังดุงายและดีเกินจริง แต่ทำไมคนถึงไม่ทำแบบนี้เพราะ
ความกดดันจากสังคม เช่น ถ้าเราบอกว่าขอคิดดูก่อน หรือยังไม่แน่ใจ หรือ ปฏิเสธไปเลย เราเหมือนกับถูกสังคมกดดันว่าเราเป็นคนที่ไม่เอาไหน ไม่เอาใคร ไม่เอาเพื่อน ไม่เอาสังคม ฯลฯ เรากลายเป็นคนไม่ดีในสายตาคนอื่น แต่ถ้าเราไม่เคยปฏิเสธใคร ได้ค่ะได้ครับ อะไรๆ ก็โอเคไปหมดเนี่ยมันเหมือนกับว่าเราเป็นคนดี เรารู้สึกดีที่มีคนรักและยอมรับมีตัวเลือกมากเกินไปในชีวิตนี้ความคิดที่ว่า เราต้องได้ทั้งหมด หรือเราทำได้หมดแหละ “If you don’t prioritize your life, someone else will” ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญกับตัวเอง หรือให้ลำดับความสำคัญในชีวิตของเรา แล้วละก็ คนอื่นก็จะมาจัดความสำคัญให้กับชีวิตเราเอง
คำถามทิ้งท้ายคือ เราจะให้เขามาทำอย่างนั้นกับชีวิตเราไหม?



The book is in Thai, so the comment should be in Thai. Let me think about what to reference from the article title "Essentialism: Chapter 1 the Essentialist" — the core idea of choosing what's essential and eliminating the trivial. I'll reference the concept of Chapter 1 of Essentialism and write in Thai. --- บทแรกที่น่าสนใจมากครับ การแยกแยะว่าอ https://ai-3d-modeling.com
The article is in Thai (based on the title "หนังสือสร้างนิสัย Essentialism: Chapter 1 the Essentialist" where "หนังสือสร้างนิสัย" is Thai for "book building habit"). Let me write a comment in Thai. The snippet doesn't give me much specific content about Essentialism Chapter 1, but the title mentions Essentialism Chapter 1 "the Essentialist" — so I https://cowork-code.com
The title is in Thai ("หนังสือสร้างนิสัย" means "Books Build Habits"), so I'll write the comment in Thai. Essentialism Chapter 1 is about choosing what truly matters — that idea really resonates with me. I've been using https://animatediff.net
The distillation process in Chapter 1 really clicked for me—especially rejecting the "have to" mentality. I've been using that "either/or" framing to cut meeting clutter, and it's freed up serious headspace. https://kling-motion.com
The way Essentialism frames "less but better" really shifted my perspective — not just cutting tasks, but choosing the vital few. I've been using https://3mf-to-stl.com